กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
น้ำฝนสะสมส่งผลต้นเหรียงยักษ์อายุกว่า 100 ปี ล้มขวางถนนจราจรปิดร่วม 2 ชั่วโมง

เมื่อ 8 ก.ย.61 รายงานจากทีมข่าวกระบี่ว่า เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงอ่าวนาง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา และชาวบ้าน ระดมเครื่องเลื่อยยนต์ เกือบ10 เครื่อง เข้าตัดโค่น เคลื่อนย้าย ต้นเหรียงขนาดใหญ่ สูงกว่า 40 เมตร อายุกว่า 100 ปี ออกจากเส้นทางการจราจรถนนสาย บ้านในช่อง – บ้านในสระ หมู่ 1 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ หลังจาก มีฝนตกหนักลมพัดแรง ทำให้ต้นไม้ล้ม รถทุกชนิด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย คอยอำนวยความสะดวงด้านการจราจร และคอยบอกให้รถเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นชั่วคราว

นายจิระศักดิ์ สินศักดิ์ศรี หัวหน้าหมวดทางหลวงอ่าวนาง เปิดเผยว่าเวลาประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมาขณะมีฝนตกลงมาอย่างหนักและมีลมพายุพัดแรง ส่งผลให้ต้นเหรียงซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าในช่องตะวันตกรากเริ่มเน่า ประกอบกับดินอ่อนตัวจากฝนตกก่อนหน้านี้ ทำให้รับน้ำหนักไม่ไหว ล้มลงมาปิดเส้นทางจราจร คาดว่าต้อง ใช้เวลากว่า 2ชั่วโมง จึงจะสามารถ เปิดเส้นทางได้ โดยเส้นทาง ดังกล่าว เป็นเส้นทางไปยังท่าเทียบเรือบ้านท่าเลน ไปยังเกาะห้อง เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี และเกาะยัง จ.พังงา



ขณะที่ชาวบ้าน ที่ขับรถผ่านเว้นทางดังกล่าว เล่าว่าขณะเกิดเหตุ มีรถตู้รับส่งนักท่องเที่ยว คันหนึ่งขับผ่าน พอดี ก่อนที่ต้นไม้จะล้มทับถนน รอดไปอย่างหวุดหวิด

นายไพศาล ขุนศรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดกระบี่ แจ้งเตือนประชาชน ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้ง 8 อำเภอเฝ้าระวังอันตรายจาก ฝนตกหนัก ฝนตกสะสม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หลังจากได้รับการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกว่า จะมีฝนตกหนัก ทะเลมีคลื่นลมแรง ในระยะนี้ ถึงวันที่ 10 กันยายนนี้

ที่มา : thaipost.net
2
ข่าวกระบี่วันนี้ / ศิลปะ บ้านในช่อง
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กกระบี่ เมื่อ กันยายน 05, 2018, 11:21:36 AM »
น้ำเสียจากสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากบ่อขยะ

สายน้ำแห่งชีวิต คนหลงผิดคิดทำลาย
หายนะคนเมืองกระบี่ที่ไม่มีใครสนใจ
น้ำเสียจากสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากบ่อขยะ
บ้านในช่อง จะไหลลงสู่ห้วยน้ำแดง...ซี่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งน้ำ ที่นำมาทำน้ำประปา...แล้วไหลลงสู่คลองกระบี่ใหญ่...ไหลลงสู่ทะเล



ที่มาของศิลปะนี้ จาก https://web.facebook.com/photo.php?fbid=10212383092602456&set=a.3641746412337&type=3&permPage=1
3
กระบี่เตรียมพัฒนาคลองท่อมเมืองสปาอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้ความร่วมมือกับจังหวัดเฮียวโกะ ประเทศญี่ปุ่น ผู้มีความเชี่ยวชาญระดับโลก

พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เปิดเผยว่า ด้วยศักยภาพของจังหวัดกระบี่ที่มีความสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งชายหาด เกาะแก่ง ภูเขา ถ้ำ น้ำตก วิถีชีวิตชุมชนที่มีความน่าสนใจ ทำให้กระบี่เป็นหนึ่งในจุดหมายของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่จะเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งการดูแลสุขภาพ แผนงานพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ คลองท่อมเมืองสปาน้ำพุร้อน จึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยได้ส่งเสริมการเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร การรักษาโรค การนวดแผนไทย และวิถีชีวิตชุมชน ภายใต้วิสัยทัศน์ พัฒนาคลองท่อมให้เป็นเมืองสปาน้ำพุร้อนระดับสากล โดยมีการจัดการอย่างยั่งยืนรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่แสวงหาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพบนฐานอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากญี่ปุ่น โดยคณะจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา เยี่ยมเยียนและลงพื้นที่สำรวจความพ้อมและศักยภาพในการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่ วันที่ 17-21 มิถุนายน 2561



ในระหว่างวันที่ 22-28 สิงหาคม 2561 ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี อภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และผู้เกี่ยวข้อง เดินทางไป พบและประชุมร่วมกับ Mr.KAZUO KANAZAWA VICE GOVERNOR HYOGO PREFECTURAL GOVERNMENT และคณะ ณ.ศาลาว่าการจังหวัดเฮียวโกะ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น โดยได้ร่วมกันหารือประเด็นสำคัญ ได้แก่การประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันระหว่างจังหวัดกระบี่กับจังหวัดเฮียวโกะ การขอคำปรึกษาจากชุมชนอาริมะ จังหวัดเฮียวโกะ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีชื่อเสียงอยู่ในลำดับ1ใน3 ของประเทศญี่ปุ่นเกี่ยวกับธุรกิจออนเซ็น ในการออกแบบแผนผังการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนเค็มคลองท่อมเมืองสปา ,ขอความรู้และดูงานการบริหารจัดการน้ำแร่ร้อนและการบริหารจัดการน้ำเสีย และ ขอรับการปรึกษาเรื่องการสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชน และของที่ระลึก ตลอดจนการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในโครงการคลองท่อมเมืองสปา ซึ่งจะได้นำความรู้มาบูรณาการจัดการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ต่อไป

โดยในวันที่ 4 ก.ย.61 นี้ ทางจังหวัดกระบี่จะได้ไปประชุมคณะกรรมการ เพื่อจัดตั้งคณะทำงานรับผิดชอบจัดทำแผนปฏิบัติการ และรายงานหน่วยเหนือทราบ พร้อมทั้งแจ้งรายละเอียดแผนปฏิบัติการดังกล่าวให้สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซาก้าทราบ เพื่อแจ้งจังหวัดเฮียวโกะทราบและประสานการปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาคลองท่อมเมืองสปา ให้มีทิศทางที่เหมาะสมและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ข่าวกระบี่ รายงาน ที่มาโดย https://web.facebook.com/AndamanNews/photos/a.742470519107042/1983221485031933/?type=3
4
ชาวบ้านพบเรือโบราณอายุกว่า 100 ปี จมอยู่ในคลองพัน ต.ปลายพระยา ชาวบ้านนำขึ้นมาไว้ที่วัดนทีมุกขาราม เชื่อศักดิ์สิทธิ์ กราบไหว้บูชา และขอเลขเด็ด

เมื่อ 3 ก.ย. 61 ผู้สื่อข่าวกระบี่ได้รับแจ้งจาก นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ ว่า ชาวบ้านในอำเภอปลายพระยาแจ้งว่า พบเรือโบราณ อายุกว่า 100 ปี โดยชาวบ้านได้เคลื่อนย้ายไปไว้ที่วัดนทีมุกขาราม หรือวัดปากน้ำ ในพื้นที่ ม.1 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเรือลำดังกล่าวถูกนำมาวางไว้ภายเต็นท์บริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส พร้อมธูปเทียน โดยมีชาวทยอยเดินทางมากราบไหว้กันอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนได้นำแป้งมาโรยแล้วลูบเบาๆ เพื่อหาเลขเด็ดตามความเชื่อ



สำหรับเรือลำดังกล่าว เป็นเรือที่ทำจากไม้ต้นเดียว ตะเคียนสีน้ำตาล ยาวประมาณ 6 เมตรครึ่ง ช่วงกลางลำเรือกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร สภาพผุพังไปตามกาลเวลา

นายมณู ด้วนศรีจันทร์ อายุ 64 ปี ชาวบ้านที่พบเรือลำดังกล่าวเล่าว่า เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา พบเรือลำดังกล่าวโผล่เพียงครึ่งลำริมตลิ่งที่บริเวณคลองพันโตน ห่างจากวัดนทีมุกขาราม ประมาณ 600 เมตร แต่ไม่ได้บอกใคร เพราะจะเอาไว้ใช้เอง แต่หลังจากพบลูกหลานหลายคนได้ฝันว่า ให้เอาเรือขึ้นจากน้ำ แต่ตนก็ยังไม่ได้เอาขึ้นมา ต่อมา ตนมีอาการปวดเข่ากำเริบ จึงได้ไปที่ลำคลองดังกล่าว และบนบานว่า ถ้าหายเจ็บเข่าก็จะเอาเรือขึ้นไปไว้ที่วัด หลังจากนั้น อาการปวดเข่าหายเป็นปลิดทิ้ง

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงได้บอกชาวบ้านให้ช่วยกันขุดขึ้นมาและเคลื่อนย้ายไปไว้ที่วัดเพื่อให้ชาวบ้านกราบไหว้บูชา เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และให้โชคลาภ ขณะที่เจ้าอาวาสวัดนทีมุกขาราม ก็อนุญาตให้นำไปไว้ที่วัด เพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าวัดกันมากขึ้น

ขณะที่ นายนิวัฒน์ กล่าวว่า เรือในลักษณะดังกล่าว เป็นเรือที่ใช้ในสมัยโบราณ อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ส่วนใหญ่ทำจากไม้ตะเคียนต้นเดียว ในอดีตชาวบ้านจะใช้บรรทุกสิ่งของ และสัญจรข้ามคลอง ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น เรือโกรน เรือนาถ เรือขุด เป็นต้น โดยที่ผ่านมา ในจังหวัดกระบี่พบแล้ว 4 ลำ บางลำก็มีสภาพสมบูรณ์ ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร มาตรวจสอบและขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุโบราณต่อไป

ที่มา :mgronline
5
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2561 ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งมีคนเสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนมหาราช ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ บริเวณห้องพักหมายเลข 1-6 ชั้น 2 ของโรงแรมดังกล่าว ติดกับประตูทางเข้าห้อง พบศพนายธีรชัย วงค์สุกิจจา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146/11 หมู่ 7 ต.กระทู้ อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ทำงานเป็น ผู้จัดการแห่งหนึ่งที่อ่าวไร่เลย์ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ นอนเสียชีวิตในลักษณะฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอน ในสภาพนุ่งผ้าขนหนูเพียงผืนเดียว สภาพศพไม่พบร่องรอยบาดแผล คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-7 ชม. ตรวจสอบภายในห้องที่เกิดเหตุ พบยาพ่นสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด 2 หลอด

สอบสวนจากเพื่อนสนิทผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัวเป็นโรคหอมหืด โดยก่อนจะเสียชีวิต ได้มาเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. เพื่อรอเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ในวันรุ่งขึ้น แต่พอถึงเวลาเพื่อนๆ ไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ กระทั่งเที่ยงจึงประสานให้ทางโรงแรมตรวจสอบให้ว่ายังพักอยู่ในห้องหรือไม่ ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นตำรวจลงความเห็นว่าเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว อย่างไรก็ตามจะเร่งติดต่อญาติผู้ตายให้มาพบ หากไม่ติดใจก็จะมอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยเจ้าหน้าที่นำศพเก็บไว้ที่โรงพยาบาลกระบี่

ข่าวกระบี่ ผู้จัดการโรงแรมดังอ่าวไร่เลย์ ตายคาห้องพักโรงแรมในตัวเมืองกระบี่ ตำรวจคาดโรคประจำตัวกำเริบ
6
วันที่ 3 -5 กันยายนนี้ เตือน 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันตกระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ออกประกาศฉบับที่ 1 เรื่องฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ระบุว่า ช่วงวันที่ 3-5 กันยายนนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกชุกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และในบริเวณฝนฟ้าคะนองรวมทั้งบริเวณใกล้เคียง มีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ
7
คลื่นทะเลมีลมแรงซัดเรือคว่ำ 2 พ่อ-ลูกกลายเป็นศพจมก้นทะเลอ่าวลึก หลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี นำเรือออกค้นหา โดยมีนักดำน้ำ และกู้ภัยในจังหวัดร่วมระดมค้นหาท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย ...


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ค. นายชัยวุฒิ บัวทอง นอภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 6 ต.แหลมสัก ว่ามีเหตุเรือเล็กพลิกคว่ำ มีผู้สูญหาย 2 คนเป็นพ่อกับลูก บริเวณปากคลองบากัน หมู่ 2 ต.อ่าวลึกน้อย อ.อ่าวลึก จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.แหลมสัก จนท.อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี นำเรือออกค้นหา โดยมีนักดำน้ำของอุทยานฯ ร่วมค้นหาด้วย

บริเวณปากน้ำจุดที่คาดว่าเรือล่ม เจ้าหน้าที่พบเรือลำที่รับแจ้งลอยอยู่ คาดว่าคนทั้งคู่น่าจะสูญหายบริเวณดังกล่าว สอบถามญาติผู้สูญหาย ทราบชื่อผู้สูญหายคือ นายศุภโชค เนื้ออ่อน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 6 ต.แหลมสัก อีกคนเป็นลูกชายชื่อ ด.ช.จิรศักดิ์ เนื้ออ่อน อายุ 6 ขวบ สอบถามญาติทราบว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา นายศุภโชค ได้นำอวนไปซ่อมที่บ้านคนรู้จัก โดยพาลูกชาย นั่งเรือไปด้วย กระทั่งเมื่อช่วงดึก ระหว่างเดินทางกลับ เกิดมีลมพัดคลื่นลมแรง จึงเชื่อว่าคลื่นซัดใส่เรือจนทั้งคู่พลัดตกน้ำ อย่างไรก็ตาม ญาติๆ ยังเชื่อว่าทั้งคู่น่าจะยังมีชีวิตรอด เพราะนายศุภโชค ว่ายน้ำเก่ง แต่เป็นห่วงตัวเด็กมากกว่า

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ระดมนักดำน้ำจากหน่วยกู้ภัยใน จ.กระบี่ และหน่วยกู้ภัย อ.ทับปุด จ.พังงา ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ออกช่วยเหลือค้นหาท่วมกลางสภาพอากาศเลวร้าย คลื่นลมค่อนข้างแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. นักดำน้ำของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ซึ่งดำค้นหานานหลายชั่วโมง พบร่างของ ด.ช.จิรศักดิ์ เนื้ออ่อน อายุ 6 ปี แล้ว โดยร่างจมอยู่ก้นทะเลใกล้กับจุดพบเรือ ส่วนตัวของนายศุภโชค เนื้ออ่อน ผู้เป็นพ่อ ยังคงสูญหาย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยอ่าวลึก นำศพของ ด.ช.จิรศักดิ์ ส่ง รพ.อ่าวลึก ตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนจะมอบให้ญาตินำกลับ.

จากนั้นล่าสุด ได้พบศพนายศุภโชค เนื้ออ่อน ผู้เป็นพ่อแล้วเช่นกัน.

ที่มา ข่าวกระบี่ https://www.thairath.co.th/content/1343361
8
หนุ่มกระบี่วัย 35 ปี เครียดไม่มีงานทำ ป่วยซึมเศร้า ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว คิดสั้นตัดสินใจผูกคอตายคาบ้าน ด้านแม่เผยผู้ตายเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว 3 ครั้ง...

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 ส.ค. 2561 ร.ต.อ.ภัรสพร หลีสู รอง สว.(สอบสวน) สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ รับแจ้งมีคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 158/9 หมู่ 1 ต.เขาทอง อ.เมือง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ แล้วพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.กระบี่ แพทย์เวร รพ.กระบี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา รุดไปยังที่เกิดเหตุ

บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ด้านหน้าบ้านเปิดขายของชำทั่วไป พบ นางยาละ ขยันบุตร อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน สอบถามผู้ตายเป็นลูกชาย ผูกคอตายอยู่ในห้องนอน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจในห้อง พบศพ นายธวัช ขนแดง อายุ 35 ปี นอนอยู่บนเตียงนอน ในสภาพสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน บริเวณลำคอมีเชือกไนล่อนผูกติดอยู่ส่วนหนึ่ง บนขื่อบ้านพบเชือกไนล่อนผูกติดอยู่ สอบถามแม่ผู้ตาย ทราบว่าอยู่บ้านหลังเกิดเหตุกับลูกชาย และภรรยาของลูก รวมทั้งลูกติดของภรรยาอีก 1 คน

ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับรถพาภรรยาและลูกไปส่งที่ รพ.กระบี่ เพื่อรักษาอาการป่วยของลูกภรรยา พอกลับมาถึงบ้านก็เข้าห้องน้ำ ตนขายของอยู่หน้าบ้านเห็นหายไปนานผิดปกติ จึงเข้าไปเรียกก็ไม่พบ พอไปดูในห้องนอนก็พบผูกคอตายแล้ว จึงรีบเรียกให้คนมาช่วย แต่ช่วยไว้ไม่ทัน เสียชีวิตไปก่อนแล้ว

สอบสวนสาเหตุ ทราบว่าผู้ตายมีอาชีพรับจ้างทำงานทั่วไป โดยจะทำงานทุกอย่างที่มีคนจ้าง ทั้งกรีดยาง งานก่อสร้าง แต่มาระยะหลังมีอาการปวดหลังเรื้อรัง ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ มีเพียงภรรยาที่ทำงานรับจ้างหาเงินได้อยู่คนเดียว ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย จึงทำให้ผู้ตายเครียด ประกอบกับมีอาการเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ด้วย จึงทำให้ตัดสินใจคิดสั้น ซึ่งก่อนนี้เคยพยายามผูกคอตายมาแล้ว 3 ครั้ง แต่คนในบ้านช่วยได้ทุกครั้ง จนมาครั้งนี้ไม่สามารถช่วยไว้ได้ ต่อมา เจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรที่ รพ.กระบี่ และมอบให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี.

ที่มา ข่าวกระบี่ https://www.thairath.co.th/content/1346855
9
ข่าวกระบี่วันนี้ / ตีหัว วิศวกรไฟฟ้าชาวอินเดียดับ
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กกระบี่ เมื่อ สิงหาคม 04, 2018, 04:51:09 PM »
เมื่อ 3 ส.ค. พ.ต.อ.ขจิตร คงปราบ ผกก.สภ.เขาพนม จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เขาพนม คุมตัวนายประกาศ นันทารัง อายุ 25 ปี สัญชาติอินเดีย พนักงานโรงงานซาราฟเอ็นเนอร์ยี่ จก. ซึ่งเป็นโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ ต.เขาพนม ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมชี้จุดเกิดเหตุทำร้ายนายนาการาจัน มูไนยันติ อายุ 36 ปี วิศวกรไฟฟ้าชาวอินเดีย จนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพักคนงานภายในโรงไฟฟ้า หมู่ 6 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่

โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 2 ส.ค. ตำรวจรับแจ้งคนงานภายในโรงงานไฟฟ้าดังกล่าว ทะเลาะวิวาท มีการทำร้ายร่างกายกันบาดเจ็บสาหัส คนเจ็บคือนายนาการาจัน ถูกคนงานด้วยกันนำส่ง รพ.เขาพนม แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านพักคนงาน พบกองเลือดจำนวนมาก ใกล้กันพบท่อเหล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 นิ้ว ยาว 1.2 ม. ติดคราบเลือดตกอยู่ คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาไปชันสูตรศพพบผู้ตายถูกตีด้วยของแข็งเข้าบริเวณใบหน้าจนหน้าพังยับเลือดอาบ

พ.ต.อ.ขจิตร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ นายประกาศ ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ โดยสารภาพว่าเป็นคนลงมือทำร้ายผู้ตายเนื่องจากไม่พอใจที่ผู้ตายไปลวนลามภรรยาของตน ตำรวจสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตาย ซึ่งเป็นหัวหน้างานของผู้ต้องหา มานั่งดื่มเหล้าด้วยกันหน้าห้องพักที่เกิดเหตุ โดยอยู่กันหลายคนมี น.ส.ชลลดา ชูกลิ่นอ่อน ภรรยาชาวไทยของผู้ต้องหา นั่งร่วมวงอยู่ด้วย หลังจากคนงานแยกย้ายกันกลับ น.ส.ชลลดา ได้ขอตัวกลับเข้าไปอาบน้ำภายในบ้านพัก ตัวผู้ต้องหากำลังเก็บของอยู่หน้าบ้าน แต่ผู้ตายแอบเข้าไปในบ้าน และเข้าไปลวนลาม น.ส.ชลลดา ที่ห้องน้ำภายในบ้าน ผู้ต้องหาตามเข้าไปเห็น จึงคว้าท่อนเหล็กไปทุบตีจนล้มลงและเสียชีวิตดังกล่าว ตำรวจจึงแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย คุมตัวดำเนินคดีต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิต กำลังประสานญาติที่ประเทศอินเดีย ให้มารับกลับ

ข่าวกระบี่ : http://www.krabilocalnews.com/00099011kopp/
10
ข่าวกระบี่วันนี้ / เปิดตลาดประชารัฐ Modern Trade หลาดลิง
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กกระบี่ เมื่อ สิงหาคม 04, 2018, 03:57:22 PM »
กระบี่ เปิดตลาดประชารัฐ Modern Trade หลาดลิง เน้นสินค้าชุมชน ราคาถูก เมื่อ 19 ก.ค 61 เวลา 18.00 น. สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกระบี่ จัดพิธีเปิดประชารัฐ Modern Trade กระบี่ โดยมีนายสมโภชน์ โชติชูช่วง ปลัดจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ลานจอดรถห้างบิ๊กซี สาขากระบี่

ตลาดประชารัฐ Modern Trade เป็นหนึ่งใน 9 ตลาด ภาคใต้โครงการตลาดประชารัฐ ซึ่งรัฐบาลได้เปิดดำเนินการพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 โดยโครงการตลาดประชารัฐเป็นการบูรณาการโครงการที่ดำเนินการเกี่ยวกับตลาดที่อยู่ในความรับผิดชอบ มุ่งเน้นการขยายพื้นที่ตลาดที่มีอยู่เดิมและพัฒนาตลาดใหม่ เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการตลาด ให้ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มประเภทสินค้าในแต่ละระดับมีที่ค้าขายให้เกษตร ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่ขาย ละทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ จัดสรรลงพื้นที่ตลาดที่เข้าร่วมโครงการ อันจะนำมาซึ่งรายได้เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต

ตลาดประชารัฐ Modern Trade ตลาดลิง กระบี่ เริ่มเปิดจำหน่ายสินค้าเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 เป็นต้นมา จำหน่ายสินค้าทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ บริเวณลานจอดรถฝั่งศูนย์อาหาร ห้อง Big c ปัจจุบันมีร้านค้าที่เปิดจำหน่ายสินค้า จำนวน 24 ราย รวม 36 บูท สินค้าที่จำหน่าย ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม อาหารทะแลแปรู ผักและผลไม้ เสื้อผ้าและเครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน สินค้าประเภทสปา และไม้ดอก ไม้ประดับ มียอดจำหน่ายเฉลี่ยสัปดาห์ละ 70,000 – 90,000 บาท

อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค 61 เป็นต้นไป ตลาดจะเปิดจำหน่ายสินค้าทุกวัน และเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรชาวกระบี่ สามารถนำสินค้าการเกษตรมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค ผู้ประกอบการร้านค้า ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาในช่วงที่ราคาผลผลิต ตกต่ำ รวมทั่งต้องการเพิ่มช่องทางการตลาดในช่วงเวลาปกติ และเชื่อมโยงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพมาจำหน่าย เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน และนอกจากนี้ยังมีบูทกลางที่รับฝากขายสินค้าจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้าชุมชน เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดอีทางหนึ่ง

ข่าวกระบี่ : http://www.krabilocalnews.com/oopbigckrabiaa/
หน้า: [1] 2 3 ... 10