ลงทะเบียน “เราเที่ยวด้วยกัน” เหลืออีก 2 แสนสิทธิ์

  • 0 replies
  • 270 views
    โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เหลือสิทธิ์ จองห้องพัก-ตั๋วเครื่องบิน กว่า 1.8 ล้านสิทธิ์ ขยายเวลาร่วมโครงการ ถึง 30 เม.ย. 64

    ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบศ.ครั้งที่ 6/2563 (2 ธันวาคม) มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว การปรับปรุงโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน”

    ล่าสุด (9 ธันวาคม 2563) ที่เว็บไซต์ เราเที่ยวด้วยกัน.com รายงานจำนวนสิทธิ์คงเหลือ อีกกว่า 1.8 ล้านสิทธิ์ โดยแบ่งเป็น

    จำนวนสิทธิ์ที่พัก คงเหลือ 225,922 สิทธิ์
    จำนวนสิทธิ์ตั๋วเครื่องบิน คงเหลือ 1,683,910 สิทธิ์
    อีกทั้งยังขยายระยะเวลาการร่วมโครงการ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563 ไปจนถึง 30 เมษายน 2564

    ทั้งนี้ ประชาชนที่จะได้รับสิทธิ์ ต่อเมื่อ ท่องเที่ยว กิน และนอน ในจังหวัดที่ไม่ใช่ทะเบียนบ้านของตนเอง

เงื่อนไขการลงทะเบียนสำหรับประชาชน

  • มีบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นบุคคลสัญชาติไทย
  • อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

เงื่อนไขใหม่ “เราเที่ยวด้วยกัน”

  • ปรับปรุงขอบเขตการใช้สิทธิจำนวนการจองห้องพักจากเดิมประชาชนจองที่พักได้ไม่เกิน 10 คืน (Room night) ต่อ 1 สิทธิ เพิ่มเป็น 15 คืนต่อ 1 สิทธิ
  • ขยายช่วงเวลาการจองที่พัก จากเวลา 06.00 – 21.00 น. เป็นเวลา 06.00 – 24.00 น.
  • เพิ่มจำนวนห้องพักในโครงการจากเดิม 5 ล้านคืน เป็น 6 ล้านคืน (จำนวนห้องที่เพิ่มมาจะสนับสนุนเฉพาะ E-voucher แต่ไม่อุดหนุนเรื่องค่าที่พัก)
  • เพิ่มโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตฯ แต่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้

โรงแรมที่พักแบ่งออกกลุ่มที่ 1 ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม กลุ่มที่ 2 ยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม แต่ได้รับการผ่อนผันตามประกาศหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ซึ่งมีผลผ่อนผันถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2564 สามารถเข้าร่วมโครงการได้[/li][/list]



กลุ่มที่ 3 อนุมัติในหลักการ แต่ต้องหารือรายละเอียดกับกระทรวงการคลังต่อไป คือ โรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และอยู่ในระบบฐานภาษีของกรมสรรพากร โดยเฉพาะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถูกต้อง จะได้รับพิจารณาเข้าร่วมโครงการได้ แต่ต้องรอหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดต่อไป

  • อนุมัติให้ธุรกิจและบริการที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยวสามารถใช้ระบบคูปองออนไลน์ (E-Voucher) ได้ ประกอบด้วย ธุรกิจการขนส่งภาคท่องเที่ยว ธุรกิจสปาหรือนวดเพื่อสุขภาพ
  • ปรับปรุงเกณฑ์สนับสนุนค่าบัตรโดยสารเครื่องบินจากเดิมรัฐสนับสนุนร้อยละ 40 แต่สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อ 1 สิทธิ เป็นสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อ 1 สิทธิ เฉพาะการเดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดที่ภาคท่องเที่ยวพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง ประกอบด้วย ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ และเชียงราย
  • กำหนดหลักเกณฑ์การลาสำหรับข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาพักร้อนในวันธรรมดาเพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลาเมื่อใช้สิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน