ลุ้นวันนี้ ว่า ครม. จะยืดการลดภาษีดีเซล 3-5 บาท ไหม

  • 0 replies
  • 35 views
จับตากระทรวงการคลังเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขยายเวลาการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ลิตรละ 5 บาทออกไปหรือไม่ เนื่องจากมาตรการลดภาษีเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 20 มกราคม 66 นี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า การพิจารณาการขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท ที่จะสิ้นสุดวันที่ 20 มกราคม 2566 ยังตอบไม่ได้ว่าจะต่ออายุแค่ไหน หรือลดภาษีลิตรละกี่บาท ต้องดูสถานการณ์ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด แม้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลกจะลดลง แต่ต้องมองราคาดีเซลที่อ้างอิงราคาจากตลาดสิงคโปร์เป็นส่วนประกอบด้วย

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 17 มกราคม กระทรวงการคลังจะเสนอให้ขยายเวลามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลออกไปอีก เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน และภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังมาตรการเดิมจะสิ้นสุดลงวันที่ 20 มกราคมนี้ ถือเป็นการต่ออายุมาตรการเป็นรอบที่ 6 เบื้องต้นคาดว่าจะลดภาษีลิตรละ 3-5 บาท เป็นเวลา 2-3 เดือน เริ่มตั้งแต่ 21 มกราคมเป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้คลังสูญเสียรายได้การจัดเก็บงบประมาณอีกไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท

การขยายเวลาปรับลดภาษีดีเซลครั้งนี้ จะมีปัจจัยต้องพิจารณารายละเอียดว่าจะปรับลดลงเท่าไร โดยจะปรับลดเหมือนกับครั้งแรก คือลิตรละ 3 บาท เป็นเวลา 3 เดือน หรือลิตรละ 5 บาท เป็นเวลา 2 เดือน เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ราคาพลังงานเริ่มผ่อนคลายลง ประกอบกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีทางเลือกในการบริหารสภาพคล่องได้มากขึ้น หลังกระทรวงการคลังเข้าไปค้ำประกันในการกู้ยืมเงินแก่กองทุนน้ำมันฯ มากถึง 1.1 แสนล้านบาท ทำให้กองทุนฯสามารถกู้เงินกับสถาบันการเงินต่างๆ ให้เข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องดูแลประชาชนได้ อีกทั้งปัจจุบันกองทุนฯยังสามารถจัดเก็บรายได้ชดเชยเข้ากองทุนฯได้บ้างแล้ว

“แนวโน้มที่กระทรวงการคลังจะลดภาษีให้ลิตรละ 5 บาท นาน 2 เดือน มีโอกาสมากกว่า เพราะราคาน้ำมันดีเซลที่ไทยใช้อ้างอิงจากประเทศสิงคโปร์ที่ราคายังทรงตัวในระดับสูง ต้องดูว่ารัฐบาลจะมีการพิจารณาอย่างไร ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมสูงสุด” แหล่งข่าวกล่าว

หาก ครม.เห็นชอบให้กรมสรรพสามิตต่ออายุมาตรการลดภาษีดีเซล จะถือเป็นการต่ออายุครั้งที่ 6 ทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ภาษีไปมากกวjา 1.1-1.2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อฐานะการคลังของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตที่ต้องติดลบจำนวนมาก โดยยอดจัดเก็บรายได้เมื่อปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม 2564-กันยายน 2565) กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีรวมทั้งปีได้ 5.31 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 9.35 หมื่นล้านบาท หรือกว่า 15%

ที่ผ่านมา ครม.เห็นชอบให้ขยายเวลาลดดีเซลไปแล้ว 5 ครั้ง รวมเป็นวงเงินกว่า 9.8 หมื่นล้านบาท ได้แก่

- ครั้งแรก วันที่ 18 กุมภาพันธ์-20 พฤษภาคม 2565 ลดภาษีลิตร 3 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รัฐสูญรายได้ 1.8 หมื่นล้านบาท
- ครั้งที่ 2 ช่วงวันที่ 21 พฤษภาคม-20 กรกฎาคม เป็นเวลา 2 เดือน ครั้งนี้ลดภาษีดีเซลลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 2 หมื่นล้านบาท
- ครั้งที่ 3 ช่วงวันที่ 21 กรกฎาคม-20 กันยายน เป็นเวลา 2 เดือน ลดภาษีลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 2 หมื่นล้านบาท
- ครั้งที่ 4 ช่วงวันที่ 21 กันยายน-20 พฤศจิกายน เป็นเวลา 2 เดือน ลดภาษีลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 2 หมื่นล้านบาท
- ครั้งที่ 5 ช่วงวันที่ 21 พฤศจิกายน-20 มกราคม เป็นเวลา 2 เดือน ลดภาษีลิตรละ 5 บาท รัฐสูญรายได้ 2 หมื่นล้านบาท

ซึ่งการลดภาษีดีเซลทุก 1 บาท จะทำให้สูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน

ที่มา : msn.com / https://www.swenth.com/guestpost/postid/74/