อุทยานเขาแหลม ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกเกริงกระเวีย เจอภัยแล้งหนัก

  • 0 replies
  • 2174 views
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 นายอภิสิทธิ สมบัติมาศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ออกประกาศอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เรื่องปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกเกริงกระเวีย ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ –สังขละบุรี) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 232 ท้องที่หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม

เริ่มมีผลตั้งแต่ 13 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง จนส่งผลให้ปริมาณน้ำในน้ำตกเกรีงกระเวียมีปริมาณลดลง ไม่เพียงพอต่อประกอบกิจกรรมต่างๆ ของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาใช้บริการและพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อรักษาสภาพธรรมชาติและระบบนิเวศทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบน้ำประปาของประชาชนในพื้นที่บ้าน หมู่ 4 บ้านยางขาว ที่มีจำนวน 200 ครอบครัว ที่ใช้ระบบน้ำประปาภูเขาที่ทำการต่อไปจากน้ำตกไดช่องถ่อง ซึ่งอยู่ด้านล่างของน้ำตกเกริงกระเวีย



โดยจะกลับมาเปิดบริการให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้งหลังจากสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ (คาดว่าน่าจะช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเข้าสู่ฤดูฝนของอำเภอสังขละบุรี) ทั้งนี้นักท่องเที่ยวยังคงสามารถเข้ามาใช้บริการร้านสวัสดิการอุทยานแห่งชาติเขาแหลมและลานจอดรถ รวมทั้งบริการอื่นๆ บริเวณน้ำตกเกริงกระเวียได้ตามปกติ

ทั้งนี้ในห้วงเวลาที่ผ่านมาได้เกิดไฟป่าในพื้นที่อุทยานเขาแหลมและพื้นที่ป่าใกล้เคียง จำนวนหลายครั้ง หลายจุด จนส่งผลให้สภาพป่าเกิดการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับสภาพอากาศที่เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง ซึ่งปกติเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งน้ำในลำในน้ำตกเกริงกระเวียจะลดลง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปี แต่ปีนี้ปริมาณน้ำลดลงไวกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาของประกาศฉบับดังกล่าวของอุทยานฯ

ขณะที่ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอสังขละบุรียังส่งผลให้เกิดปัญหาหมอกควันและ ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยมีรายงานคุณภาพอากาศในพื้นที่ล่าสุด (เวลา07.00 น) ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) และมลพิษทางอากาศ PM2.5 ในสังขละบุรี อยู่ที่ 186 AQI ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคน ขณะที่ค่า PM2.5 วัดค่าได้ 123.2 ไมโครกรัม/ลูกบาตรเมตร จึงมีคำแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยภายนอกบ้าน ปิดหน้าต่างเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศภายนอกที่สกปรก



นายแพทย์กฤษดา วุธยากร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสังขละบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าปัจจุบันโรงพยาบาลต้องรับมือกับประชาชนที่มาใช้บริการเนื่องจากป่วยด้วยระบบทางเดินหายใจ ซึ่งในแต่ละวันมีจำนวน 15-20 ราย ในทุกเพศทุกวัย เนื่องจากเป็นที่ทราบกันว่าขณะนี้ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีประสบปัญหาหมอกควันจากไฟป่า ซึ่งในกรณีผู้ป่วยที่มีอาการหนังจำเป็นต้องส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี

ทำให้ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ จึงอยากวิงวอนให้ทุกคนหยุดเผาป่า ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการสร้างมลพิษทางอากาศ ในเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ หากเป็นไปได้ให้เลี่ยงการออกนอกเคหะสถานในช่วงที่มีหมอกควัน แต่หากจำเป็นให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นควัน หากไม่มีหาผ้าบางๆ ชุบน้ำปิดจมูกไว้ ก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง ส่วนผู้ป่วย เด็ก และผู้สูงอายุ ขอให้ผู้ปกครอง ผู้ดูแล หมั่นสังเกตอาการ



หากมีอาการแสบจมูก คอ หายใจติดขัด ไม่สะดวกให้รีบนำตัวมาพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที ซึ่งปัจจุบัน ปัญหาฝุ่นควัน และมลพิษทางอากาศ กำลังเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง



ที่มา : มติชนออนไลน์