กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10
41
ททท.ตั้งเป้าปี’64 กวาดนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออก 11 ล้านคน ปักหมุดทำตลาดเจาะกลุ่ม “มิลเลนเนียล” เผยมีฐานประชากรกว่า 400 ล้าน แถมโตต่อเนื่อง-ตัดสินใจเดินทางไว เชื่อมั่นแผนเดิมเอาอยู่ แม้ใช้เวลาฟื้นนาน-การแข่งขันสูง ย้ำไทยยังยืน 1 ในใจจีน

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ แต่ ททท.ยังคงเชื่อมั่นว่าในปี 2564 ตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ยังสามารถฟื้นตัวจากสถานการณ์ปัจจุบันและตลาดหลักอย่างเอเชียตะวันออกน่าจะสามารถเก็บสะสมนักท่องเที่ยวได้ถึง 11,168,000 คน หรือลดลงเพียง 32.41% เมื่อเทียบกับปี 2562 โดยมีฐานประชากรในกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ

โดยแผนการตลาดสำหรับตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้นั้นยังคงโฟกัสการขยายฐานในกลุ่มเป้าหมายที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งที่ผ่านมามีสัดส่วนกว่า 50% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียที่เดินทางเข้าสู่ไทยจำนวนกว่า 29 ล้านคนในปี 2562



“แม้ว่ากลุ่มนี้จะมีค่าใช้จ่ายต่อหัวไม่สูงเท่ากับกลุ่มประชากรวัยเกษียณหรือครอบครัว แต่เพราะมีอายุน้อยระหว่าง 20-35 ปี ทำให้เป็นกลุ่มที่มีนักท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง และพร้อมเดินทางเป็นกลุ่มแรก” นายฉัททันต์กล่าว

และไม่ว่าจะมีหรือไม่มีโควิด ททท.ก็มีแผนการทำตลาดและเป้าหมายหลักที่ชัดเจนมาโดยตลอด เนื่องจากมองเห็นการเติบโตขึ้นของกลุ่มมิลเลนเนียลสวนทางกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ มีการเติบโตที่ถดถอยลง

โดยนอกจากจะเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดแล้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลยังสามารถเดินทางได้บ่อย ตัดสินใจได้เร็ว เนื่องจากปราศจากพันธะและมีสุขภาพดี รวมถึงสามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถจองผ่านออนไลน์ได้ทันที รวมทั้งชอบเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ และใช้จ่ายเกือบจะตลอดเวลาด้วย

“กลุ่มประชากรมิลเลนเนียลในเอเชียตะวันออกมีกว่า 400 ล้านคน ตลาดนี้จึงทวีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ทุกประเทศกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประเทศ และต้องการจะดึงดูดนักท่องเที่ยว ทำให้กลุ่มประชากรในภูมิภาคเดียวกันได้รับความสำคัญมากกว่าแต่ก่อน ผลักดันการแข่งขันให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก” นายฉัททันต์กล่าว

อย่างไรก็ตาม นอกจากตลาดมิลเลนเนียลแล้ว ททท.ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดลักเซอรี่ ตลาดท่องเที่ยวเชิงกีฬา ตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และตลาดท่องเที่ยวเชิงโรแมนติกควบคู่กันไปด้วย โดยมองว่าประเทศไทยควรยึดเซ็กเมนต์ที่ทำการบ้านไว้อย่างดีแล้ว และมีดีมานด์อยู่ต่อเนื่อง สร้างตำแหน่งทางการท่องเที่ยวของไทยให้ชัดเจนอย่างที่ทำมาโดยตลอด แม้การฟื้นคืนเทียบเท่ากับปี 2562 จะยังคงต้องใช้เวลา

สำหรับปี 2563 นี้ คาดการณ์ว่า ในสถานการณ์ที่ดีที่สุดเชื่อว่าไทยจะมีนักท่องเที่ยวจากตลาดหลักเอเชียตะวันออก 2,093,888 คน ลดลง 87.33% หากสามารถรับนักท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมได้ประมาณเดือนละ 4,000 คน หรือแย่ที่สุดไทยน่าจะสะสมจำนวนนักท่องเที่ยวได้ราว 2,070,888 คน ลดลง 87.47% หรือเท่ากับจำนวนสะสมที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน

และในส่วนของตลาดจีนนั้นเชื่อว่าด้วยความสัมพันธ์ในหลายระดับที่เหนียวแน่นจะทำให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของคนจีน ขณะเดียวกันททท.ยังได้ประสานงานกับผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ จัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวล่วงหน้าขายให้กับนักท่องเที่ยวจีนมาโดยตลอด ทำให้เห็นดีมานด์ในการเดินทางมาไทยโดยตลอด

“ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนซื้อแพ็กเกจล่วงหน้าของปีหน้า ตั้งแต่ช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นต้นไปแล้ว โดยแพ็กเกจสามารถเลื่อนวันเดินทางได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม รวมถึงราคาโดยรวมยังลดลงอย่างน้อย 20% ด้วย”

msn.com
42
ข่าวกระบี่วันนี้ / คนไทยติดหล่ม ท่องเที่ยวปลุกไม่ขึ้น
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กกระบี่ เมื่อ พฤศจิกายน 20, 2020, 11:55:12 AM »
ยอมรับว่าภาครัฐได้พยายามออกมาตรการกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากปลดล็อกให้คนไทยสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา

โดยเฉพาะโครงการ “เที่ยวปันสุข” ภายใต้งบประมาณรวม 22,400 ล้านบาท ซึ่งยังขับเคลื่อนไปได้ต่ำตามเป้าหมายจนต้องขยายวันสิ้นสุดโครงการจาก 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ไปเป็น 31 มกราคม 2564

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงปัจจัยที่ทำให้การดำเนินการมาตรการดังกล่าวขับเคลื่อนได้ช้า แนวทางการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ไว้ดังนี้

รับกำลังซื้อในประเทศไม่มี
“รมต.พิพัฒน์” ยอมรับว่า การขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยถึงขณะนี้ยังมีผู้ใช้สิทธิ์ห้องพักไปแล้วประมาณ 2 ล้านคืนต้น ๆ เท่านั้น จากทั้งหมด 5 ล้านสิทธิ์ และยังมีเงินงบฯ เหลืออีกจำนวนมากนั้นสะท้อนชัดเจนว่า กำลังซื้อของคนไทยในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากภาพรวมเศรษฐกิจและวิกฤตโควิด

โดยปัจจุบันกำลังซื้อของคนไทยกลับคืนมาได้ในระดับแค่ราว 33% ของปี 2562 จึงเชื่อว่าแม้จะพยายามอัดมาตรการมากแค่ไหน กำลังซื้อของคนไทยก็คงจะไต่ขึ้นได้สูงสุดแค่เพียงประมาณ 40% และเมื่อเข้าสู่ 2564 สถานการณ์กำลังซื้อจะยิ่งทวีความหนักหน่วง และคาดว่าจะตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 15% ของปี 2562 เท่านั้น



ยันต้องเปิดรับต่างชาติโดยเร็ว
“ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยที่ผ่านมามีรายได้จากตลาดโดเมสติก หรือท่องเที่ยวภายในประเทศเพียง 30-35% กระตุ้นเท่าไหร่ก็คงไม่ได้เพิ่มไปได้มากกว่านี้ และไม่สามารถเติมเต็มให้กับซัพพลายที่โอเวอร์อยู่ในขณะนี้ได้”

พร้อมระบุว่า ทางออกเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยดีขึ้น ณ เวลานี้จึงเป็นการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น

“หากประเทศไทยยังคงกำหนดเปิดรับชาวต่างชาติแบบจำกัด และยังต้องกักตัว จะใช้เวลา 14 วัน 10 วัน หรือ 7 วัน 5 วัน ก็ยังไม่มีผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวประเทศไทย จนกว่าประเทศไทยจะไม่มีการกำหนดวันกักตัวเท่านั้น ดังนั้น หากรัฐไม่บาลานซ์ระหว่างด้านความปลอดภัยและเศรษฐกิจ และยังไม่ยอมเปิดประเทศรับต่างชาติแบบไม่มีการกักตัวไปแบบนี้ ผมเชื่อว่ากลางปีหน้าซัพพลายท่องเที่ยวจะล้มหายตายจากไปราว 50% ของตลาด หลังจากหลายรายทยอยปิดกิจการชั่วคราวเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย”

เดินหน้าเจรจาทูตต่างประเทศ
“รมต.พิพัฒน์” บอกว่า ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯเตรียมเดินหน้าเจรจากับสถานทูตประเทศต่าง ๆ ประจำประเทศไทย โดยที่ผ่านมาได้เข้าพบเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทยแล้ว พร้อมทั้งเจรจาเปิดรับนักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟชาวเกาหลีให้เดินทางเข้ามาประเทศไทย

พร้อมกักตัวในโรงแรมที่อยู่ในสนามกอล์ฟ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดให้สนามกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมโครงการเสนอตัวเข้าร่วมโครงการ State Quarantine แล้ว คาดว่าจะสามารถรองรับชาวเกาหลีได้ภายในไตรมาสสุดท้ายนี้

นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเข้าพบเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อหารือโอกาสในการจับคู่เปิดประเทศอย่างจำกัด หรือ travel bubble ที่เป็นแนวทางการเปิดประเทศจับคู่ประเทศความเสี่ยงใกล้เคียงกันโดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน

จากนั้นจะขยายผลการเจรจากับเอกอัครราชทูตประเทศอื่น ๆ ด้วย อาทิ ญี่ปุ่น, เวียดนาม, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ ฯลฯ โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้

วางแผนเจาะรายประเทศ
สำหรับพื้นที่ประเทศจีนนั้น “รมต.พิพัฒน์” บอกว่า ตั้งเป้าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจาก 22 มณฑล ที่ปลอดจากโควิด-19 เป็นระยะเวลามากกว่า 150 วัน ที่มีฐานประชากรจีนรวมกว่า 800 ล้านคน และคาดการณ์ว่าประเทศไทยน่าจะพร้อมรับนักท่องเที่ยวจีนแบบไม่ต้องกักตัวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

โดยเชื่อว่าความมั่นใจของคนไทยจะทวีขึ้นหลังจากนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางด้วย special tourist visa (STV) ที่เดินทางเข้าไทย 3 กลุ่ม ในวันที่ 20, 26 และ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ปลอดเชื้อหลังกักตัว 14 วันแล้วเสร็จ

ในขณะที่ตลาดญี่ปุ่น ได้รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ดำเนินการหารือขั้นตอนและแนวทางนำนักธุรกิจและช่างเทคนิคจากญี่ปุ่นที่ต้องการเดินทางเข้าไทยกว่า 8,000 คน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

ดันอีเวนต์กีฬาหนุนท่องเที่ยว
“รมต.พิพัฒน์” ยังบอกอีกว่า สำหรับในปี 2564 นี้ กระทรวงได้เตรียมผลักดันการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการกีฬาผ่านการดึงมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติมาจัดในไทย โดยขณะนี้ยืนยันแล้ว 3 งาน ประกอบด้วย งานแข่งขันแบดมินตันระดับสูงสุดของโลก 3 รายการใหญ่อย่าง HSBC BWF World Tour ตลอดเดือนมกราคม คาดว่าน่าจะใช้สถานที่จัดงานที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี

นอกจากนั้น ยังมีงานเอเชียนอินดอร์ มาร์เชียล อาร์ตส เกมส์ (Asian Indoor and Martial Arts Games) ที่จะจัดในเดือนพฤษภาคม 2564 ที่กรุงเทพฯ และชลบุรี คาดมีนักกีฬาและสตาฟร่วมงาน 9,000 คน สร้างรายได้อย่างน้อย 1,000 ล้านบาท

และในช่วงปลายปีจะมีงานแข่งขันโมโตจีพี (MotoGP) จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 10-12 ตุลาคม คาดมีผู้เข้าร่วมงาน 170,000 คน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

หวังกองทุนท่องเที่ยวต่อชีวิต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังพูดถึงแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวด้วยว่า ที่ผ่านมากระทรวงมีความพยายามที่จะผลักดันให้เกิดกองทุนฟื้นฟูการท่องเที่ยวภายใต้วงเงิน 50,000-100,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจการท่องเที่ยวนับตั้งแต่กระทรวงการคลังภายใต้การกำกับของนายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จนมาถึงปัจจุบันกระทรวงการคลังก็ยังอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางและเงื่อนไข หลังรับแนวทางจากนายกรัฐมนตรีไปแล้ว

ขณะเดียวกันแม้จะมีความพยายามผลักดันเรื่องการลดกำแพงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ไม่มีสินทรัพย์ หรือบัญชีมีผลประกอบการที่ขาดทุน ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ของธนาคาร

พร้อมย้ำว่า แนวทางการตั้งกองทุนและมาตรการการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคเอกชนนั้น เป็นประเด็นที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯให้ความสำคัญและกระทุ้งมาตลอด และเข้าใจว่าซัพพลายทุกเซ็กเตอร์เดือดร้อนหนัก ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปิดตัวไปอีกมหาศาล ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวมในอนาคตอย่างแน่นอน

msn.com
43
ทอท. มีมติไม่จ่ายโบนัสพนักงาน หลังเจอพิษโควิดเล่นงาน คาดการณ์ว่าสถานะทางการเงินของทอท. ในปีงบประมาณ 2564 จะอยู่ในภาวะตึงตัว

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ข่าวสด รายงานว่า นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. มีมติไม่จ่ายโบนัสให้พนักงานในปีงบประมาณ 2563 เนื่องจากปีงบประมาณ 2563 ทอท.ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กำไรของทอท. อยู่ในระดับที่ต่ำมาก

ทำให้คาดการณ์ได้ว่าสถานะทางการเงินของ ทอท. ในปีงบประมาณ 2564 จะอยู่ในภาวะตึงตัว จึงมีมติไม่จ่ายโบนัสพนักงาน

“โควิดจะส่งผลต่อรายได้ปีงบ 2563 ราว 50 % คาดว่าสิ้นปียังมีกำไร เพราะยังกระทบไม่เต็มปีและยังมีช่วง High Season ระหว่างเดือน ตค.62- มค.63 ช่วยพยุงไว้ แต่รายได้ในปีงบประมาณ 2564 จะได้รับผลกระทบเต็มปี และ ทอท.ยังจำเป็นที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมเปิดอาคารรองเทียบเครื่องบินหลังที่ 1 จำนวนค่อนข้างมากอีกด้วยจึงจำเป็นต้องงดจ่ายโบนัสไปก่อน”



นอกจากนี้ ที่ประชุมบอร์ดยังไม่เห็นขอบเขตของความเสียหายกับอุตสาหกรรมทางการบินอย่างชัดเจนว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ และขนาดความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ขณะที่การดำเนินการของ ทอท. มีต้นทุนคงที่อยู่ในสัดส่วนที่สูง การตัดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเป็นไปได้ในจำนวนที่ไม่มาก ต้นทุนผันแปรจำนวนมากหากลดลงแล้ว อาจไม่สามารถจะเพิ่มกลับมาในจำนวนที่เหมาะสมได้ในระยะเวลาอันสั้น อาทิ แรงงาน รปภ. ที่จะต้องผ่านการฝึกอบรมในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

รายงานข่าวจาก ทอท.แจ้งว่า ในอดีต ทอท. เป็นหน่วยงานที่มีการจ่ายโบนัสพนักงานจำนวนมาก เนื่องจากได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2560 จ่ายโบนัสพนักงาน 7.5 เท่าเงินเดือน ,ปี 2561 จ่ายโบนัสเพิ่มขึ้นเป็นในอัตรา 7.75 เท่าของเงินเดือน ,ปี2562 ปรับลดการจ่ายโบนัสเหลือ 7.25 เท่าของเงินเดือน

ล่าสุดปีงบประมาณ 2563 ไทยประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ. ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงกระทบต่อรายได้ ทอท. คาดว่าทั้งปีรายได้จะปรับลดลงจากปีก่อน 50% จึงทำให้ปีนี้ ทอท.ต้องงดจ่ายโบนัสพนักงาน

ข่าวกระบี่วันนี้
44
หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ วันหยุดเพิ่มเติม 19-22 พ.ย. และ 10-13 ธ.ค. เพื่อกระตุ้นกาท่องเที่ยวภายในประเทศ ทำให้ประชาชนมีวันหยุดเพิ่มเติมถึงเดือนละ 4 วัน ในเดือนพฤศจิกายน และ ธันวาคม

แนะนำ 5 อุทยานแห่งชาติ ที่เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ป่าเขียวชะอุ่มชุ่มชื้น น้ำตกงดงามถึงขีดสุด ดังนี้

1.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก – เป็นอุทยานฯ ที่อุดมสมบูรณ์มีความหลากหลายทั้งพันธุ์พืชและทางธรณี ภูหินร่องกล้าไปเที่ยวได้ทั้งปีแต่จะให้ดีลองมาเที่ยวตั้งแต่เดือนตุลาคม ช่วงนี้ป่าภูหินร่องกล้าเขียวขจีชุ่มชื้น น้ำตกบนภูสวยงามสุด ๆ น้ำมากแต่สะอาดใส ลองไปสัมผัสสักครั้งจะติดใจ น้ำตกที่เดินง่ายไปง่ายคือน้ำตกร่มเกล้าภาราดร และที่งดงามจนนักท่องเที่ยวต้องยอมเดินไกลเพื่อไปสัมผัสคือน้ำตกหมันแดง

2.อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย – เป็นอุทยานฯ ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของไทย เพราะมีความหลากหลายทางพันธุ์พืช มีจุดชมวิวมากมายหลายจุด และมีน้ำตกหลายแห่ง เช่น น้ำตกวังกวาง น้ำตกถ้ำใหญ่ ช่วงที่ภูกระดึงอุดมสมบูรณ์ที่สุดคือช่วงเดือนตุลาคมเนื่องจากภูกระดึงปิดในช่วงฝนและเพิ่งเปิดตอนต้นเดือนตุลาคมดังนั้นมันจึงเป็นเดือนที่น่าไปสัมผัสที่สุด

3.อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ – เป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความงดงามไม่เป็นสองลองใคร มีความหลากหลายทางพันธุ์พืชซึ่งแตกต่างจากป่าในพื้นที่อื่น ๆ เป็นแหล่งดูนกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ดอยอินทนนท์มีน้ำตกสวยงามหลายสาย เช่น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกวชิรธาร ที่น่าสนใจในช่วงนี้ทางเดินป่ากิ่วแม่ปานเปิดแล้วหลังจากปิดในช่วงฤดูฝน ผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าชื่นชมธรรมชาติไม่ควรพลาด

4.อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ มีพื้นที่ประมาณ 65,000 ไร่ หรือ 104 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียง และบริเวณหมู่เกาะเหลาบิเละ ในท้องที่ตำบลอ่าวลึกใต้ ตำบลอ่าวลึกเหนือ ตำบลแหลมสัก ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก และตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2541 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 86 ของประเทศ พื้นที่ภูเขาหินปูนสลับที่ราบส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยป่าดงดิบ และมีธารน้ำไหลลอดภูเขาด้วย



อุทยานฯ ธารโบกขรณียังเป็นป่าต้นน้ำลำธารหลายสาย ทั้งคลองอ่าวลึก ที่มีต้นน้ำเกิดจากเขาถ้ำน้ำผุด เขาถ้ำเพชร ในท้องที่ตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก คลองมะรุย คลองกลาง คลองน้ำตก และคลองกาโรส มีภูเขาหินปูนสำคัญมากมายทั้งเขาลูกบ้า ถ้ำทะลุฟ้า เขาลอดใต้ เขาช่องลม เขานอก เขาตากรด เขาอ่าวน้ำ เขาอ่าวม่วง เขาใสโต๊ะดำ เขาใหญ่ปากช่องลาด ภูเขากลุ่มนี้ยังทำให้เกิดโพรงถ้ำสวยงามมากมาย



พื้นที่ของอุทยานฯ ยังครอบคลุมพื้นที่บางส่วนในหมู่เกาะทะเลอันดามันด้วย ทั้งเกาะเหลาบิเละ (เกาะห้อง) เกาะเหลากา เกาะเหลาเหรียม เกาะปากกะ เกาะเหลาลาดิง เกาะยะลาฮูดัง เกาะเหลาบุโล๊ะ (เกาะผักเบี้ย) เกาะกามิด เกาะปาหุเสีย เกาะฮันตู เกาะจาบัง เกาะเมย เกาะกาโรส เกาะแตก เกาะมีไลย เกาะอ่าวช้างตาย เกาะเลาดัว เกาะรงมารง (เกาะขลุ่ย) เกาะแหลมค้างคาว เกาะแหลมทะลุ เกาะแหลมตุโดด เกาะช่องลาดใต้ และเกาะฮาม เรียกว่า มาเที่ยวที่นี่ที่เดียวได้ทั้งเที่ยวชมป่าดงดิบ ชมน้ำตก เที่ยวถ้ำ และไปดำน้ำที่หมู่เกาะสวยครบครัน

5.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา – เป็นอุทยานฯ ที่กว้างใหญ่สมชื่อ มีพื้นที่ครอบคลุม 4 จังหวัด คือ จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก จ.สระบุรี เขาใหญ่มีขุนเขาเรียงรายสลับซับซ้อน มีพันธุไม้หลายหลาก มีสัตว์ป่ามากมาย ที่พบเห็นได้ง่าย คือช้าง ลิง กวาง ส่วนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบน้ำตกหากมาเที่ยวในช่วงนี้จะพบสายน้ำอุดมรินไหลลงมาจากภูผา สวยงามมากกว่าฤดูใด เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำเหวสุวัต

ข่าวกระบี่วันนี้ เที่ยวกระบี่ ไปได้ทุกวัน
45
ข่าวกระบี่วันนี้ / นับถอยหลังเที่ยวช่วงหยุดยาว พ.ย.-ธ.ค.63
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กกระบี่ เมื่อ พฤศจิกายน 16, 2020, 01:49:13 PM »
สำหรับในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กำหนดวันหยุดเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ในวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2563 จากเดิมที่ทุกปีในเดือนนี้จะไม่มีวันหยุดตามปฏิทินใดๆ ทั้งนี้เพื่อหวังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ
วันหยุดเดือนพฤศจิกายน 2563
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2563 วันหยุดพิเศษ
วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563 วันหยุดพิเศษ
ทั้งนี้วันหยุดพิเศษที่เพิ่มขึ้นมา 2 วัน ทำให้ในเดือนพฤศจิกายนมีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน คือ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 19-22 พฤศจิกายน 2563



ส่วนวันหยุดเดือนธันวาคม 2563
วันเสาร์ที่ 5 ธ.ค. วันพ่อแห่งชาติ
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธ.ค. วันรัฐธรรมนูญ
วันศุกร์ที่ 11 ธ.ค. รัฐบาลอนุมัติให้หยุดเป็นกรณีพิเศษ ด้วยการยกเลิกวันหยุดชดเชยวันพ่อแห่งชาติในวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. มาเป็นวันหยุดยาว 4 วัน คือ 10-13 ธ.ค.63
วันพฤหัสบดีที่ 31 ธ.ค. วันสิ้นปี

แนะ เที่ยวกระบี่วันหยุดยาว
46
ททท. จ่อชง ศบศ.ปลดล็อก 5 เงื่อนไขโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” อีกระลอก หวังลดขั้นตอนความยุ่งยาก พร้อมเสนอหนุนแพ็กเกจ “เที่ยวผ่านทัวร์” รวมถึงให้ขายสินค้า-บริการในรูปแบบกิฟต์วอชเชอร์ คาดปิดโครงการได้ทันมกราคมปีหน้าตามเป้า

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังหารือกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจและบริษัทแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) 3 เจ้าอย่างอโกด้า, แอสเซนด์ แทรเวิล และทราเวลโลก้า ททท.เตรียมนำเสนอแนวทางการปลดล็อกเงื่อนไขโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ล็อตใหญ่ 5 ข้อต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) หวังดันสิทธิเข้าพัก 5 ล้านคืน และสิทธิตั๋วเครื่องบิน 2 ล้านใบในโครงการเราเที่ยวด้วยกันให้หมดก่อนวันสิ้นสุดโครงการ 31 มกราคม 2564



โดยแนวทางการปลดล็อกเงื่อนไขโครงการเราเที่ยวด้วยกันมีทั้งหมด ประกอบด้วย

1. ลดลำดับขั้นตอนและความยุ่งยากในการใช้งานเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อเปิดทางให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงโครงการได้ง่ายขึ้น

2.อนุญาตให้นำแพ็กเกจทัวร์เข้าสู่โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยประกอบด้วยแพ็กเกจทัวร์หลัก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มท่องเที่ยวสูงวัยที่มีศักยภาพทางการเงินและมีเวลาว่างในวันธรรมดาที่เสนอโดยสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และกลุ่มท่องเที่ยวพรีเมี่ยมเจาะกลุ่มไทยเที่ยวนอกที่มีศักยภาพทางการเงินดี ซึ่งเสนอโดยสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)

3.อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจองและจ่ายค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน 60% ได้เลยโดยไม่ต้องจ่ายเต็มจำนวนและนำมาขอส่วนต่าง 40% คืนในภายหลังเหมือนปัจจุบัน

4.อนุญาตให้โรงแรมที่อยู่ในฐานข้อมูลภาษีของกรมสรรพากรเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน แม้จะไม่ได้จดทะเบียนเข้าระบบโรงแรม โดยสมาคมโรงแรมไทย (THA) ยอมรับเงื่อนไขนี้แล้วหลังหารือแล้วเสร็จ และ

5.อนุญาตให้สามารถวางจำหน่ายกิฟต์วอชเชอร์ (gift voucher) โรงแรม ที่พัก สปา และร้านอาหาร

ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2563 มีรายงานว่า มีจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน 5.7 ล้านสิทธิ ลงทะเบียนผ่านแล้วได้รับสิทธิสำเร็จ 5.42 ล้านสิทธิ โดยมีผู้ใช้สิทธิจองห้องพักไปแล้ว 1,911,733 สิทธิ ในโรงแรม 4,414 แห่ง ราคาเฉลี่ยต่อคืน 2,849 บาท และมีผู้เช็กอินใช้สิทธิไปแล้ว 779,419 บุ๊กกิ้ง มูลค่าเบิกจ่าย 5,319.5 ล้านบาท ทำให้มีวงเงินงบประมาณเหลืออีกราว 10,000 ล้านบาท

msn.com
47
ข่าวกระบี่วันนี้ / กระบี่ ติดโควิด-19 แล้ว 1 ราย
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กกระบี่ เมื่อ พฤศจิกายน 07, 2020, 12:44:28 PM »
ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 12 ราย โดยเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 1 ราย มาจาก จ.กระบี่

ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อรายดังกล่าว เป็นชายสัญชาติอินเดีย อายุ 37 ปี เป็นพนักงานร้านอาหาร ตรวจพบเชื้อเมื่อ  4 พ.ย. และอยู่ระหว่างสอบสวนโรคเพิ่มเติม
ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,830 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดผู้เสียชีวิต 60 ราย รักษาหายเพิ่ม 5 ราย รวมผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 3,644 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 126 ราย



https://www.facebook.com/gmm25news/photos/a.1596723290557542/2849833981913127/
48
ที่มา news.ch7.com/detail/445027
49
กรมอุตุนิยมวิทยาเตรียมจะประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการในวันนี้ (22 ต.ค. 63) โดยนางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา  ระบุ ปัจจัยที่ทำให้กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวว่า มาจากลมเปลี่ยนทิศ จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ไปเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนืิอ /อากาศเย็นลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนลดน้อยลง

สำหรับคาดการณ์ฤดูหนาวปีนี้ ช่วงที่อากาศหนาวที่สุด จะอยู่ประมาณเดือนธันวาคม 2563 ถึง มกราคม  2564   กรุงเทพมหานคร อากาศก็จะหนาวเย็นลงด้วย มีโอกาสลุ้นได้สัมผัสอุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส ขณะที่จังหวัดปริมณฑลมีโอกาสจะได้ฟินกับอุณหภูมิที่ 15-16 องศาเซลเซียส แม้ว่าหนาวนี้มาช้ากว่าค่าเฉลี่ยปกติไป 1-2 สัปดาห์  แต่จะอยู่ยาวไปถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าเลยทีเดียว



อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ก็จะยังมีฝนได้ ในช่วงเดือนตุลาคม และพฤศจิกายนนี้  ส่วนพายุโซนร้อนกำลังแรงโซเดล ล่าสุดเป็นพายุระดับ 4 อยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง จ่อขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 25-26 ตุลาคมนี้  จากนั้นจะอ่อนกำลังลง ส่งผลกระทบให้มีลมแรงกับมีฝนตกเล็กน้อยในพื้นที่ทางตะวันออกของภาคอีสาน แถบจังหวัดสกลนคร นครพนม อุบลราชธานี และภาคอีสานตอนล่าง

ส่วนภาคใต้ระยะนี้ ฝั่งอ่าวไทย มีฝนฟ้าคะนอง 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทะเลบริเวณที่มีฝนคลื่นสูง 2 เมตร ฝั่งอันดามัน มีฝน 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ส่วนมากที่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ทะเลมีคลื่น 1-2 เมตร

ซักเสื้อหนาวรอได้เลย
50
เตือนอันตราย หินขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 30,000-50,000 ตัน บนเกาะทะลุ จังหวัดกระบี่ หักถล่มกลางทะเลเป็นสองท่อน พบรอยร้าวหลายจุด คาดสาเหตุถูกคลื่นซัด ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าใกล้

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแนวปะการังใต้ทะเล ในพื้นที่เกาะทะลุ จังหวัดกระบี่

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้ ขณะที่ทะเลมีคลื่นลมแรงและอยู่ในช่วงมรสุม เป็นเหตุทำให้หินขนาดใหญ่ที่อยู่ส่วนหน้าของแนวหินกลางทะเล หักพังถล่มลงมากระแทกพื้นล่างจนแตกออกเป็นสองท่อนในสภาพอย่างที่เห็น



โดยพบมีร่องรอยแตกร้าว ทำให้ปะการังได้รับความเสียหาย ประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุอาจเกิดถูกคลื่นลมแรงในช่วงที่ผ่านมา

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ฝากเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังอันตรายห้ามเข้าใกล้ในจุดเกิดเหตุอย่างเด็ดขาด

สำหรับที่จุดเกิดเหตุ หินกลางทะเลพังถล่มลงมาในครั้งนี้อยู่ในพื้นที่เกาะทะลุ ซึ่งห่างจากฝั่งตะวันตกของเกาะไก่ ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยหินที่หักพังลงมาทั้งสองท่อนมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 30,000-50,000 ตัน



ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ทะเล และพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมฝากเตือนถึงนักท่องเที่ยวให้ระวังอันตรายห้ามเข้าใกล้ในจุดเกิดเหตุอย่างเด็ดขาด

news.ch7.com/detail/444713
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10