กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 10
1
ที่มา news.ch7.com/detail/445027
2
กรมอุตุนิยมวิทยาเตรียมจะประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการในวันนี้ (22 ต.ค. 63) โดยนางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา  ระบุ ปัจจัยที่ทำให้กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวว่า มาจากลมเปลี่ยนทิศ จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ไปเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนืิอ /อากาศเย็นลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนลดน้อยลง

สำหรับคาดการณ์ฤดูหนาวปีนี้ ช่วงที่อากาศหนาวที่สุด จะอยู่ประมาณเดือนธันวาคม 2563 ถึง มกราคม  2564   กรุงเทพมหานคร อากาศก็จะหนาวเย็นลงด้วย มีโอกาสลุ้นได้สัมผัสอุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส ขณะที่จังหวัดปริมณฑลมีโอกาสจะได้ฟินกับอุณหภูมิที่ 15-16 องศาเซลเซียส แม้ว่าหนาวนี้มาช้ากว่าค่าเฉลี่ยปกติไป 1-2 สัปดาห์  แต่จะอยู่ยาวไปถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าเลยทีเดียว



อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ก็จะยังมีฝนได้ ในช่วงเดือนตุลาคม และพฤศจิกายนนี้  ส่วนพายุโซนร้อนกำลังแรงโซเดล ล่าสุดเป็นพายุระดับ 4 อยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง จ่อขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 25-26 ตุลาคมนี้  จากนั้นจะอ่อนกำลังลง ส่งผลกระทบให้มีลมแรงกับมีฝนตกเล็กน้อยในพื้นที่ทางตะวันออกของภาคอีสาน แถบจังหวัดสกลนคร นครพนม อุบลราชธานี และภาคอีสานตอนล่าง

ส่วนภาคใต้ระยะนี้ ฝั่งอ่าวไทย มีฝนฟ้าคะนอง 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทะเลบริเวณที่มีฝนคลื่นสูง 2 เมตร ฝั่งอันดามัน มีฝน 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ส่วนมากที่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ทะเลมีคลื่น 1-2 เมตร

ซักเสื้อหนาวรอได้เลย
3
เตือนอันตราย หินขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 30,000-50,000 ตัน บนเกาะทะลุ จังหวัดกระบี่ หักถล่มกลางทะเลเป็นสองท่อน พบรอยร้าวหลายจุด คาดสาเหตุถูกคลื่นซัด ห้ามนักท่องเที่ยวเข้าใกล้

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแนวปะการังใต้ทะเล ในพื้นที่เกาะทะลุ จังหวัดกระบี่

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้ ขณะที่ทะเลมีคลื่นลมแรงและอยู่ในช่วงมรสุม เป็นเหตุทำให้หินขนาดใหญ่ที่อยู่ส่วนหน้าของแนวหินกลางทะเล หักพังถล่มลงมากระแทกพื้นล่างจนแตกออกเป็นสองท่อนในสภาพอย่างที่เห็น



โดยพบมีร่องรอยแตกร้าว ทำให้ปะการังได้รับความเสียหาย ประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุอาจเกิดถูกคลื่นลมแรงในช่วงที่ผ่านมา

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ฝากเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังอันตรายห้ามเข้าใกล้ในจุดเกิดเหตุอย่างเด็ดขาด

สำหรับที่จุดเกิดเหตุ หินกลางทะเลพังถล่มลงมาในครั้งนี้อยู่ในพื้นที่เกาะทะลุ ซึ่งห่างจากฝั่งตะวันตกของเกาะไก่ ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยหินที่หักพังลงมาทั้งสองท่อนมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 30,000-50,000 ตัน



ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นบริเวณใต้ทะเล และพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมฝากเตือนถึงนักท่องเที่ยวให้ระวังอันตรายห้ามเข้าใกล้ในจุดเกิดเหตุอย่างเด็ดขาด

news.ch7.com/detail/444713
4
หจก. สถาพร แพด พริ้น จำหน่าย ชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องแพด เครื่องสกรีน สำหรับงานซ่อมบำรุง เช่น แผงโปรแกรม เซ็นเซอร์ ชุดยึดถาดสี ชุดจับลูกยาง ชุดจับใบมีด จุดยึดจิ๊ก แคล้มล๊อคถ้วย แป้นยึดลูกยาง แคล้มล๊อคจิ๊ก น๊อตยึดแท่นพิมพ์ กระบอกลม หรือลูกกลิ้งสำหรับปาดสี



สนใจติดต่อ คุณสราวุธ
Tel : 081-620-5309
ID line : wut25492559
http://line.me/ti/p/~wut25492559

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.spppadscreen.com/product/part-for-pad-printer
5
จากกรณีที่เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จัหวัดกระบี่ ส่งผลให้น้ำป่าควนเขาขาวหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เบื้องตนมีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน 8 หลัง เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำ ของคืนที่ผ่านมาเบื้องต้นระดับน้ำเข้าสู่สภาวะปกติ

คืบหน้า วันที่ 14 ต.ค.63 นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต.เขาคราม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลเขาคราม ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายพร้อมกับนำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เบื้องต้นพบว่าสาเหตุที่น้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนเนื่องจากน้ำไม่มีทางระบาย และคลองตื้นเขิน น้ำระบายไม่ทัน จึงไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านส่งผลให้ข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหาย



นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ กล่าวว่า จากการสำรวจพื้นที่ ม.4 ต.เขาคราม พื้นที่ที่มีน้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน พบว่าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกสะสมปริมาณมาก ไหลหลาก​ลงมาจากเขาขาว เขตอุทยานเขาพนมเบญจา เข้าท่วมบ้านประชาชนข้าวของภายในบ้านได้รับความเสีย 8 หลังเนื่องจากน้ำไม่มีทางไหล เบื้องต้นได้ประสาน อบต.เขาคราม เจ้าของพื้นที่สร้างลำรางรับน้ำ และขุดลอกคลองในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน

พร้อมกันนี้ นายอำเภอเมืองกระบี่ ยังได้ลงติดตามความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในพื้น ชุมชนบ้านตลาดเก่า เขตเทศบาลเมืองกระบี่ เนื่องจากอยู่ในที่ลุ่มต่ำริมคลองใหญ่ ซึ่งรับน้ำจากเทือกเขาพนมเบญจาเช่นเดียวกัน เบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้านถูกน้ำท่วมนับ 10 หลัง

ข่าวกระบี่ // 77kaoded.com/news/pradit/2014282
6
ผ่านมากว่า 7-8 เดือนแล้ว ที่ทั่วโลกอยู่ในภาวะ “ปิดประเทศ” แม้ว่าหลายประเทศจะมีความพยายามในการคลายล็อกบ้างเป็นระยะ แต่ก็จะยังเป็นการ “เปิด” แบบมีข้อจำกัด และสำหรับชาวต่างชาติบางกลุ่มเท่านั้น

“ไฮซีซั่น” ปลายปียังไร้ต่างชาติ
แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวรายหนึ่งให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปนั้นคงยังต้องรออีกนาน เพราะต้องรอวัคซีนออกสู่ตลาดในระดับที่ทั่วถึงระดับหนึ่งก่อน รวมทั้งต้องรอสายการบินต่าง ๆ ทยอยเปิดให้บริการเที่ยวบินปกติ (commercial flight)

นั่นหมายความว่า “ไฮซีซั่น” ปลายปีนี้ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยจะยังคงอยู่ในภาวะ “นิ่งสนิท” เหมือนในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ที่ผ่านมาของปีนี้ผู้ประกอบการทุกเซ็กเตอร์ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติยังต้องทำใจรอกันต่อไป

ธุรกิจไม่กลับมาเหมือนเดิม
ที่สำคัญ ถึง ณ ขณะนี้ทุกฝ่ายไม่ว่าภาครัฐ หรือเอกชนก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า “ธุรกิจ” จะได้ฤกษ์กลับมาเมื่อไหร่กันแน่ กลางปี 2564 ปลายปี 2564 หรือต้องรอปี 2565 แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ การกลับมาของธุรกิจท่องเที่ยวครั้งใหม่นี้จะไม่เหมือนเดิมแน่นอน หรือที่เรียกกันว่า ธุรกิจในยุค new normal

กล่าวคือ กว่าที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวน 30-40 ล้านคนนั้น คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปีแน่นอน และที่ชัดเจนคือในเบื้องต้นนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาเดินทางก่อนส่วนใหญ่น่าจะเป็นกลุ่มคนมีกำลังซื้อสูงเป็นหลัก อาทิกลุ่มเดินทางเพื่อธุรกิจ, กลุ่มมารักษาพยาบาล, กลุ่มพำนักระยะยาว ฯลฯส่วนกลุ่มทัวร์ที่มากันเป็นจำนวนมากพักโรงแรม 3 ดาว น่าจะต้องรออีกนานเช่นกัน

“ที่ผ่านมา ประธานบอร์ด ททท. (ทศพร ศิริสัมพันธ์) ให้สัมภาษณ์ไว้ชัดเจนว่า ในช่วงปีสองปีนี้ กลยุทธ์ของประเทศไทยนับจากนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการทำการตลาด เพื่อดึงคนเข้ามาจำนวนมาก ๆ เป็นโฟกัสเฉพาะกลุ่ม ไม่เน้นจำนวนมาก โฟกัสกลุ่มคนที่มีกำลังจับจ่ายเป็นหลัก ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าธุรกิจท่องเที่ยวของไทยเราจะไม่กลับมาเหมือนเดิมแน่นอน” แหล่งข่าวรายหนึ่งให้ข้อมูล

แนะผู้ประกอบการปรับ Mindset

มุมมองดังกล่าวสอดรับกับแหล่งข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายหนึ่งที่บอกว่า จากการคาดการณ์สถานการณ์ขณะนี้เชื่อว่า หากไม่มีการระบาดที่รุนแรงมากกว่าที่ผ่านมา บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วไปน่าจะกลับมาได้บ้างในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 เป็นต้นไป

จากคาดการณ์นี้มองว่าผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยต้องเผชิญกับภาวะ “วิกฤต” ครั้งนี้รวม ๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปีแน่นอน

“สิ่งหนึ่งที่อยากส่งสัญญาณถึงผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวทุกเซ็กเตอร์คือ ปรับวิธีคิด มุมมอง หรือ mindset ของตัวเองใหม่ว่า นับจากนี้เป็นต้นไปเราจะกลับมาทำธุรกิจแบบเดิม ๆ อีกต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะโครงสร้างนักท่องเที่ยวทั่วโลกเปลี่ยนไปหมดนักท่องเที่ยวจะไม่เดินทางเป็นกรุ๊ปใหญ่ ใครที่ลงทุนสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่คงต้องปรับวิธีการทำธุรกิจใหม่หรือลองมองหาโอกาสในการเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

รัฐไม่มีงบฯอุ้มให้ทุกคนรอด

พร้อมย้ำว่า ที่ผ่านมาแนวทางของกลุ่มเอกชนท่องเที่ยว คือ ขอให้รัฐช่วยเหลือด้วยการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ซึ่งหากรวมทุกซัพพลายเชนจะเห็นว่าคิดเป็นมูลค่ามหาศาล แต่ในความเป็นจริงคือ ด้วยธรรมชาติของธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่มูลค่าสินทรัพย์ค้ำประกันไม่ได้สูงนัก (ยกเว้นโรงแรม) บวกกับความไม่แน่นอนของธุรกิจ ทำให้สถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ปลดล็อกเงื่อนไขการปล่อยกู้ให้ซึ่งก็เป็นปัญหาไก่กับไข่มาโดยตลอด

ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวส่วนใหญ่แจ้งความจำนงในการขอซอฟต์โลนว่า เพื่อนำไปประคับประคองธุรกิจเดิมที่เคยทำอยู่ จึงเข้าถึงซอฟต์โลนยาก เพราะสถาบันการเงิน นักวิเคราะห์ต่างมองว่า โลกของธุรกิจในบริบทใหม่จะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมแล้ว การปล่อยกู้ให้ธุรกิจที่ยังคาดการณ์ไม่ได้นั้น ความเสี่ยงที่จะเกิดหนี้เสียก็สูงตามไปด้วย

“ตอนนี้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องยอมรับความเป็นจริงว่า การทำธุรกิจแบบเดิมนั้นไปไม่รอด เพราะ 2-3 ปีนับจากนี้นักท่องเที่ยวไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม และต้องเข้าใจว่าวันนี้รัฐบาลไม่ได้มีงบประมาณมากพอที่จะอุ้มให้ผู้ประกอบการทุกเซ็กเตอร์รอดได้ทั้งหมด ดังนั้นวันนี้ ผู้ประกอบการทุกคนต้องคิดใหม่ ทำใหม่ และวางทิศทางธุรกิจตัวเองให้สอดรับกับบริษทใหม่ที่เป็นแนวโน้มในอนาคตด้วย” แหล่งข่าวย้ำ

รายได้ไหลเข้าสู่ระบบแค่ 10%

“ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกว่า ด้วยสถานการณ์วันนี้ผู้ประกอบการอยู่ในภาวะย่ำแย่ มีรายได้เข้ามาหมุนเวียนกันอยู่ที่ราว 10% ของรายได้ของปี 2562 เท่านั้น พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด คือ จังหวัดท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต กระบี่ สมุย พังงา เชียงใหม่ พัทยา เป็นต้น โดยพบว่าตัวเลขลดลงไปอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีโครงการ”เราเที่ยวด้วยกัน” และโครงการ “กำลังใจ” พา อสม.เที่ยว ยืนยันว่าผู้ประกอบการมีตัวเลขนักเดินทางเข้าไปใช้บริการ แต่ตัวเลขกำไรต่ำมาก หรือแทบจะไม่มี

“ตอนนี้แม้จะมีการเปิดประเทศบ้าง แต่ธุรกิจโดยรวมแทบไม่ได้อานิสงส์ เพราะการเปิดประเทศครั้งนี้เป็นการแง้มประตูแค่นิดเดียว นักท่องเที่ยวเข้ามา 1,200 คนต่อเดือน รายได้ประมาณ12,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งยังห่างไกลตัวเลขช่วงปกติอย่างมาก” ชัยรัตน์ย้ำ

จึงมองว่าสถานการณ์ในขณะนี้ ยังคงกระตุ้นลำบาก และที่น่าห่วงคือ เมื่อไหร่ที่สิ้นมาตรการของรัฐ เอกชนจะยิ่งลำบาก คนจะเดินทางก็ต่อเมื่อเราพร้อม เหลือเงินจากการใช้จ่ายของครอบครัว ยืนยันว่าจากนี้ไปแม้จะเป็นไฮซีซั่นการเดินทางอาจจะมีอยู่บ้าง แต่มั่นใจว่าการใช้จ่ายยังไม่ขยับ

ธุรกิจ (ยัง) ไร้ทางออก

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังให้ข้อมูลอีกว่า ที่ผ่านมาภาครัฐประชุมขอความคิดเห็นจากสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งสมาคมต่าง ๆ ได้นำเสนอไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ทุกวันนี้เรื่องการเยียวยาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ภาครัฐก็บอกว่ารัฐบาลมีลูกหลายคน ท่องเที่ยวเป็นลูกหนึ่งคนของรัฐบาล เขาจะดูแลลูกคนเดียวไม่ได้ แต่เราก็ยังยืนยันว่า ทุกวันนี้แต่ละสมาคมก็พยายามส่งหนังสือถึงนายกฯ (ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ซึ่งนายกฯก็รับหลักการ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

“ตอนนี้เราคุยกันว่า ใน 13 สาขาอาชีพเราอาจต้องทำหนังสือจากทุกสมาคม และใส่ข้อเรียกร้องโดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไปขอเข้าพบนายกฯอีกครั้ง เพราะขณะนี้ธุรกิจยังไม่มีทางออก แต่เราก็ยังคงต้องเดินหน้าเรียกร้องต่อ”

พร้อมย้ำว่า ในระหว่างมาตรการรัฐเยียวยาจากทางภาครัฐนี้ ทุกสมาคมท่องเที่ยว ทุกบริษัทคิดตลอดว่าอยู่เฉย ๆไม่ได้ เพียงแต่ยังหาทางออกไม่เจอเพราะว่าวิกฤตโควิดนั้นเป็นสถานการณ์ที่ประเมินยากมากว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ต่างจากวิกฤตทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดจะอยู่กับวิกฤตเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

prachachat.net/tourism/news-537680
7
ที่เปรู จนน. เปิดมาชูปิกชู ให้ นทท. ญี่ปุ่นเข้าชมคนเดียว หลังรอนานถึง 7 เดือน

พิเศษสุด ๆ ไปเลย ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับโอกาสแบบนี้ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ได้เข้าชม "มาชูปิกชู" สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเปรู ได้เป็นกรณีพิเศษเพียงคนเดียวเท่านั้น หลังรอนานถึง 7 เดือน

การท่องเที่ยวเปรู เปิดให้ นายเจสซี คาตายามะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น อายุ 26 ปี จากเมืองนาระ ของญี่ปุ่น เข้าชม มาชูปิกชู มรดกโลก ซึ่งเป็นอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูง ได้เป็นกรณีพิเศษเพียงคนเดียว หลังเขาซื้อตั๋วเข้าชมล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ไม่สามารถเข้าชมได้ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวถูกปิดจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเนื่องด้วยมาตรการจำกัดการเดินทางและเที่ยวบินของเขาถูกยกเลิก ทำให้ นายคาตายามะ ต้องติดค้างอยู่ที่เปรูนานถึง 7 เดือน

หลังจากมีคนทราบข่าว ทางรัฐบาลจึงให้เขาเข้าชม มาชูปิกชู ได้เป็นกรณีพิเศษเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจำกัดนักท่องเที่ยว และตอนนี้มีการปรับมาตรการใหม่เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19

news.ch7.com/detail/443534
8
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. มีมติเห็นชอบ ปรับปรุงมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน” และ “กำลังใจ” โดยเพิ่มสิทธิให้เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จำนวน 570 คน

และเจ้าหน้าที่หัวหน้างานสาธารณสุขมูลฐานและงานสุขภาพภาคประชาชนระดับจังหวัด และระดับอำเภอ กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 2,615 คน สามารถเข้าร่วมโครงการกำลังใจได้



สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” สามารถใช้บริการโรงแรมที่พัก และใช้ E-Voucher สำหรับค่าสนับสนุนอาหาร ค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ค่าสินค้า OTOP ในจังหวัดภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านได้

ทั้งนี้ ศบศ.ยังได้เห็นชอบขยายระยะเวลาโครงการกำลังใจ และเราเที่ยวด้วยกัน ไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.64 และอนุมัติการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการกำลังใจ และเราเที่ยวด้วยกัน ถึงวันที่ 31 มี.ค. 64 ด้วย

อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวจะได้รับการเสนอเข้าที่ประชุม ครม.วันจันทร์ที่ 12 ต.ค.นี้ หลังจากนั้น หากผ่านความเห็นชอบ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ทันที

msn.com
9
หนุ่มเผยภาพบรรยากาศ "เกาะพีพี" ในวันที่หายใจรวยริน ร้านค้าปิด ไร้นักท่องเที่ยว อ้างโครงการช่วยเหลือจากรัฐมาไม่ถึง พร้อมแนะยกระดับการท่องเที่ยวของไทยใหม่

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Torphong Wongsathienchai ได้เผยภาพบรรยากาศบนเกาะพีพี อ.เมืองกระบี่ เงียบเหงาแทบไม่มีนักท่องเที่ยว ร้านค้าหลายร้านยังคงปิดเงียบ โดยระบุว่า ภาพสดๆ จากเกาะพีพี ในวันที่หายใจรวยริน ลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่กำลังจะหมดไป โครงการของรัฐที่ส่งความช่วยเหลือมาไม่ถึง โครงการของรัฐ ที่จำเป็นต้องออกแบบวิธีการใช้ใหม่ เพื่อให้รักษาคนป่วยที่กำลังใกล้ตาย



นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ได้แนะนำให้ใช้วิกฤติครั้งนี้สร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศไทย ยกระดับการท่องเที่ยวใหม่ สอนและปรับปรุงการทำท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อเปลี่ยนประเทศไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน

ข่าวกระบี่

ภาพสดๆจาก เกาะพีพี ในวันที่หายใจรวยริน
ลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่กำลังจะหมดไป
โครงการของรัฐ ที่ส่งความช่วยเหลือมาไม่ถึง
โครงการของรัฐ ที่จำเป็นต้องออกแบบวิธีการใช้ใหม่
เพื่อให้รักษาคนป่วยที่กำลังใกล้ตาย
“ ร้านค้าชาวเกาะพีพี ไม่มีใครมาเหลียวแลเราเลยค่ะ”
หมู่เกาะพีพีช่วงเวลานี้ สวยมาก น่าเที่ยวมาก
สงบเหมือนตอนที่คนทั้งโลกไม่รู้จัก
ย้อนยุคไป 30 ปี ทุกมุมเกาะ คือมุมส่วนตัว
การจัดสรร การใช้ทรัพยากรต้องสร้างสมดุลย์
ขอเสนอให้เปิดมาหยา แบบมีเงื่อนไข
ต้องค้างคืนบนเกาะพีพีดอน จึงจะได้สิทธิ์เข้าอ่าวมาหยาและก่อนเข้า ต้องอบรมเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้ครีมกันแดด และต้องเข้าใจ “เที่ยวอย่างไรไม่ขัดใจปะการัง”
จะเข้าอ่าวมาหยาได้ ต้องใช้เรือหางยาวชาวบ้านเกาะพีพีเท่านั้น จึงจะเข้าได้
เพื่อกระจายรายได้ให้ตัวเล็กๆที่กำลังจะหมดลมหายใจ  โดยให้ชุมชนและอุทยานร่วมกันทำ
ที่พัก ร้านค้า เรือหางยาว จะได้มีโอกาสรอด นี่คือหัวใจของการอนุรักษ์ ควบคู่ท่องเที่ยวยั่งยืน
การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุด
ยกระดับการท่องเที่ยวใหม่ สอนและปรับปรุงการทำท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้วิกกฤตินี้สร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศไทย 
การปิด ไม่ใช่หนทางในการแก้ปัญหา
จะเกาะไหนก็ตาม รวมถึงตาชัย
ถ้าเราสร้างการมีส่วนร่วม มีกฏิการ่วมกัน และสร้างระบบการท่องเที่ยวใหม่ Advance Eco tourism / High Standard tourism นี่สิคือการสร้างโอกาสให้ประเทศไทย
นั่นคือหนทางรอดของเมืองท่องเที่ยวที่ประสบภัยโควิด
และจะเป็นการเปลี่ยนประเทศไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน
แต่ การเมืองตอนนี้ ดูเหมือนจะอ่อนแอ
คนละฝักคนละฝ่าย ยิ่งมองยิ่งไร้แสงสว่าง
โดยเฉพาะชาวบ้านพีพี ผู้ประกอบการ
ที่กำลังรอวันตายอย่างไร้การเหลียวแล
กาลครั้งหนึ่งคือพระเอกการท่องเที่ยว
แต่วันนี้เหมือนศพไร้ญาติจริงๆ ครับ

10
ซื้อ-ขาย บ้าน ที่ดิน อสังหาฯ / ขายที่ดินกระบี่
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กกระบี่ เมื่อ ตุลาคม 08, 2020, 09:47:57 AM »
โพสขายที่ดินกระบี่ ได้แล้ววันนี้ สมัครสมาชิกกลุ่ม ไม่ยาก แค่ตอบคำถามก็ผ่านแล้ว

https://www.facebook.com/groups/krabilandsale

หรือ

https://www.facebook.com/groups/1915120158748921
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 10