โซดาไฟคืออะไร? หากโดนโซดาไฟต้องทำอย่างไร?

  • 0 replies
  • 744 views
*

achieheng

  • *
  • 46
  • +0/-0
ทุกวันนี้ สารเคมีได้ถูกนำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันกันอย่างกว้างขวาง ไม่เว้นแม้แต่ในครัวเรือน (ภัยร้ายจากสารเคมี สร้างความเสียหายและอันตรายกว่าที่คิด https://www.smk.co.th/newsdetail/1630) รวมถึงโซดาไฟ สารเคมีอันตรายที่มักถูกนำมาใช้สำหรับการช่วยแก้ปัญหาท่อตัน หรือชำระล้างคราบ ๆ ต่างที่ติดแน่นได้ด้วย แต่การใช้โซดาไฟในครัวเรือน ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ใช้งานได้ หากขาดความระมัดระวัง แล้วโซดาไฟคืออะไร หากต้องการใช้โซดาไฟจำเป็นต้องระมัดระวังในเรื่องใดบ้าง
 
โซดาไฟ คืออะไร?

โซดาไฟ (Sodium hydroxide) หรือ คอสติกโซดา (Caustic soda) คือ สารประกอบชนิดหนึ่ง ชื่อ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) เป็นของแข็งสีขาว ดูดความชื้นดีมาก ละลายน้ำได้ดี มีลักษณะเป็นเกล็ด หรือเม็ดคล้ายทรายหยาบใส ๆ หรือผงขุ่น ๆ มีคุณสมบัติเป็นด่าง และมีฤทธิ์กัดกร่อน ใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น ผลิตเยื่อกระดาษ สบู่และผลิตภัณฑ์ซักฟอก เคมีภัณฑ์ทำความสะอาด โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมโลหะ อาหาร เส้นใยเรยอน สิ่งทอ ใช้ในการฟอกย้อม ล้างสีไหม หรือใช้ในขั้นตอนล้างเม็ดพลอยที่เจียระไนเสร็จแล้ว
 
โซดาไฟ มีประโยชน์อย่างไร?

โซดาไฟสามารถใช้ในรูปของโซดาไฟก้อน และโซดาไฟเหลว ในด้านต่าง ๆ คือ เป็นสารตั้งต้นในการผลิตโซดาไฟเหลว ดังนี้

•   ใช้สำหรับอุตสาหกรรมผลิตสบู่ ด้วยการทำปฏิกิริยากับไขมันเปลี่ยนเป็นสบู่
•   ใช้สำหรับขจัดคราบสกปรก และสิ่งอุดตันในท่อระบายน้ำ ด้วยก้อนหรือละลายน้ำเทราดบริเวณที่มีการอุดตันของท่อ
•   ใช้สำหรับปรับสภาพความเป็นกรดของน้ำให้เป็นด่าง โดยเฉพาะในระบบบำบัดน้ำเสียที่ต้องปรับความเป็นกรด-ด่างของน้ำ
•   ใช้สำหรับการตกตะกอนของแร่ธาตุหรือโลหะหนักในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย
•   ใช้ฟื้นสภาพของเรซินของระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ
•   ใช้ในกระบวนการฟอกย้อมไหม โดยเฉพาะขั้นตอนการลอกกาวไหมที่ต้องต้มละลายกาวไหมด้วยโซดาไฟ สำหรับการฟอกไหมในระดับครัวเรือน ชาวบ้านเรียกโซดาไฟว่า ผงมัน ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีฟอกไหม
 
ข้อควรระวังในการใช้ โซดาไฟ


เนื่องจากโซดาไฟ มีคุณลักษณะของสารเคมี ยิ่งความเข้มข้นมากยิ่งมีฤทธิ์มาก สามารถทำให้ผิวหนังเปื่อยยุ่ยได้ในเวลาเสี้ยววินาที จึงควรระมัดระวังระหว่างการใช้งาน โดยมีวิธีใช้ที่ถูกต้อง ดังนี้

1.   ไม่ควรเทโซดาไฟลงท่อระบายน้ำโดยตรงเพราะจะไปกัดกร่อนท่อน้ำเสียหายได้
2.   ควรเทโซดาไฟใส่ในภาชนะแล้วผสมกับน้ำ คนสารละลายให้ละลายหมดก่อนจึงค่อยไปเทใส่ท่อระบายน้ำ
3.   ระวังอย่าสูดดมควันจากสารจะทำให้ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ถ้าหายใจเข้าไปโดยการสูดดมฝุ่นควันของสารจะระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ อาจเกิดปอดอักเสบ น้ำท่วมปอดได้
4.   เก็บให้พ้นมือเด็ก ผู้สูงอายุ หรืออยู่ห่างจากสัตว์เลี้ยง เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกในบ้าน
5.   การใช้งานในอุตสาหกรรมก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยในที่ทำงาน ทั้งในด้านการจัดเก็บ การใช้งาน
6.   ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องใช้โซดาไฟ ควรมีมาตรการสวมชุดป้องกันสารเคมีเพื่อป้องกันการสัมผัสสารที่มีอันตราย โดยการใส่แว่นตาครอบกันสารเคมี สวมผ้าปิดจมูกหรืออุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันทางเดินหายใจ สวมถุงมือยางที่ทนการกัดกร่อน และสวมถุงเท้าและรองเท้าที่ป้องกันสารเคมีด้วย
7.   การเก็บสารโซดาไฟในโรงงานอุตสาหกรรม ต้องเก็บในภาชนะที่แห้ง ปิดสนิทมิดชิด อยู่ในบริเวณที่อุณหภูมิไม่สูงและมีอากาศถ่ายเท ส่วนโรงงานเองก็ต้องมีพื้นที่โล่ง โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เป็นห้องทึบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูดสารโซดาไฟเข้าสู่ร่างกาย
8.   ไม่ควรจัดเก็บโซดาไฟไว้ใกล้กับสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะหากเกิดการรั่วไหล อาจจะทำปฏิกิริยากัน ทำให้เกิดอันตรายและความเสียหายได้

การเก็บรักษาโซดาไฟให้ถูกต้องและปลอดภัย

สำหรับการใช้ในครัวเรือน โซดาไฟสามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ จะอยู่ในลักษณะของผง หรือเกล็ด หรือสังเกตุฉลากที่ระบุไว้ว่า เป็นโซเดียมไฮดรอกไซต์ 65% w/w ซึ่งอาจจะบรรจุอยู่ในซองฟอยล์ ขนาดพอใช้ แต่ลดความเข้มข้นลง ให้เหมาะแก่การใช้ในครั้งเดียว เพื่อลดปัญหาและลดความเสี่ยงในการจัดการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการใช้สารเคมีได้

ควรเก็บโซดาไฟไว้ในภาชนะพลากติกที่มีความหนา เซรามิก หรือแก้วพร้อมฝาที่ปิดสนิท โดยไม่ควรเก็บโซดาไฟไว้ในจุดที่มีความชื้น เพื่อป้องกันโซดาไฟไม่ให้ทำปฏิกิริยากับความชื้น นอกจากนั้นยังต้องระวังไม่ให้โซดาไฟสัมผัสถูกกรดหรือสารที่ติดไฟอีกด้วย

กำจัดโซดาไฟอย่างไร?

สำหรับขั้นตอนการกำจัดสารเคมีที่เหลือหรือการทิ้งโซดาไฟนั้นมีข้อควรปฏิบัติดังนี้

1.   ต้องไม่ทิ้งรวมกับขยะทั่วไป แต่ต้องแยกขยะออกมาเสมอโดยทิ้งในถุงพลาสติกที่ปิดมิดชิด
2.   ใช้เทปพันถุงให้เรียบร้อยพร้อมติดป้ายขยะสารเคมีปนเปื้อน หรือทิ้งในถังขยะสำหรับทิ้งสารเคมีโดยเฉพาะ
3.   ห้ามทิ้งรวมกับถังขยะทั่วไป ทิ้งลงพื้นดิน หรือทิ้งลงในแม่น้ำเด็ดขาด
4.   ต้องระวังเรื่องการเทโซดาไฟลงในภาชนะที่เป็นสังกะสี ดีบุก หรืออลูมิเนียม เพราะจะทำให้เกิดไฮโดรเจนซึ่งมีความไวไฟจนอาจทำให้เกิดประกายไฟและเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ตามมาได้

โดนโซดาไฟ ปฐมพยาบาลอย่างไร?

•   หากร่างกายสัมผัสกับโซดาไฟจนมีอาการบาดเจ็บ ควรจะมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงก่อนเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล
•   หากโซดาไฟเข้าตา ควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดซ้ำหลาย ๆ ครั้งทันที
•   หากสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงก็ควรใช้สบู่และน้ำทำความสะอาดอย่างเร่งด่วน และใช้ยาแก้แผลไฟไหม้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดและผิวหนังไหม้จากการถูกโซดาไฟกัด
•   หรือหากเข้าปาก แนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชูล้างท้องทันที

แม้ว่าโซดาไฟจะเป็นสารเคมีที่มีอันตรายแต่ก็มีประโยชน์หลากหลายควบคู่กันไป สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ซึ่งหากรู้จักคุณสมบัติ วิธีการใช้งาน และข้อควรระวังในการใช้งาน ก็จะช่วยให้สามารถใช้โซดาไฟในชีวิตประจำวันรวมถึงใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วย ป้องกันอุบัติเหตุให้คุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครอง กรณีประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย โดยให้ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ทุกแห่งทั่วโลก สนใจรายละเอียด คลิก https://www.smk.co.th/productpadetail/2 หรือ โทร. 1596 ตลอด 24 ชั่วโมง Line : smkinsurance และสามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://smkinsurance.blogspot.com